การดูกีฬาเปตอง

การดูกีฬา : เปตอง
กีฬาทอยแก่นเป็นกีฬาที่นิยมเล่นในหมู่ผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นกีฬาที่ไม่ต้องออกแรงมาก ใช้พื้นที่ไม่มาก อุปกรณ์การเล่นไม่มีอะไรมาก ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่คุณมีลูกเปตองกับสนามดินหรือสนามที่ปูด้วยหินกรวดก็เพียงพอสำหรับที่จะใช้เป็นสนามประลองฝีมือแล้ว
สำหรับการแข่งขันส่วนใหญ่ที่จัดขึ้น นิยมจัดในสนามที่ปูด้วยหินกรวด เนื่องจากไม่ลื่นมาก ทำให้สามารถควบคุมทิศทางของลูกได้ค่อนข้างดี สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันก็จะมีลูกเปตองที่มีลายที่แตกต่างกันไป เพื่อแยกว่าเป็นลูกของทีมใด และลูกแก่น เป็นลูกไม้เล็กๆมีลักษณะเป็นก้อนกลม ใช้ทอยก่อนเริ่มเกมส์ ซึ่งลูกแก่นนี้จะเป็นเหมือนจุดมาร์กที่ให้ผู้เข้าแข่งขันโยนลูกของตนเองให้เข้าไปใกล้ที่สุด
สนามเปตองมาตรฐานจะมีขนาดความกว้าง 4 เมตร ยาว 15 เมตร โดยเส้นบริเวณรอบนอกนั้นจะถือว่าเป็นเส้นฟาวล์ ส่วนลูกเปตองนั้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 8 ซม.น้ำหนักประมาณ 800 กรัม มีลายเพื่อสร้างความแตกต่าง
ส่วนกติกาการแข่งขันนั้นแต่ละทีมจะมีผู้เล่นทีมละ 3 คน โดยผู้เล่นแต่ละคนจะมีลูกเปตองคนละ 2 ลูก ผลัดกันโยนโดยพยายามโยนให้เข้าลูกแก่นให้ได้มากที่สุด ในทีมอาจจะมีทั้งคนที่บุกคือพยายามโยนให้ไกล้ลูกแก่น หรือบางคนอาจจะป้องกันโดยการโยนให้ลูกกระทบลูกของทีมฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ลูกของทีมตนเองเข้าใกล้ลูกแก่นแทนนั่นเอง

การดูกีฬาสนุ๊กเกอร์

การดูกีฬา : การดูสนุ๊กเกอร์
ถ้าย้อนกลับไปประมาณเมื่อ 10 ปีที่แล้วถ้าเอ่ยชื่อของ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” หรือวัฒนา ภู่โอบอ้อม เจ้าของฉายา ก้มเป็นลง คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ด้วยความเก่งชนิดที่แข่งทัวร์นาเมนท์ใหน ต้องได้ลุ้นแชมป์ในรายการนั้นๆอย่างแน่นอน ถึงแม้ปัจจุบันต๋องจะเลิกเล่นอาชีพไปแล้ว แต่ความนิยมในกีฬาสนุ๊กเกอร์ของคนไทยก็ยังไม่เสื่อมคลาย เนื่องจากมีผู้เล่นคลื่นลูกใหม่ขึ้นมาแทนรุ่นต่อรุ่น
สนุกเกอร์คือกีฬาเล่นโดยการแทงลูกขาวไปกระทบกับลูกสีให้ไปลงหลุม โดยแต่ละสีจะมีแต้มที่แตกต่างกันออกไป โดยเริ่มจากสีแดง สีเหลือง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีชมพู และสีดำ จะมีคะแนนเริ่มตั้งแต่ 1 – 7 ตามลำดับ ถ้าแทงแล้วลูกขาวลงไปในหลุมจะเสีย 7 แต้ม ส่วนการวางสนุ๊กคือการพยายามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามแทงโดนลูกที่จะเล่นได้นั้นจะได้คะแนนเพิ่มอีก 7 แต้ม ส่วนการทำแต้มติดกันจะเรียกว่า Break ถ้าทำแต้มทำสูงสุดติดกันจะเรียกว่า Maximum Break ส่วนการยิงไม้เดียวหมดโต๊ะจะเรียกว่า Century Break
มารยาทในการดูการแข่งขันสนุกเกอร์นั้นก็คือห้ามส่งเสียงดังในขณะที่ผู้เล่นทำการแข่งขัน แต่สามารถปรบมือได้หากผู้เล่นแทงได้อย่างสวยงาม แต่ไม่ควรโห่ฮา เพราะจะถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่งในการชมการแข่งขัน สามารถลุกไปเข้าห้องน้ำได้ตามปกติแต่ต้องระวังไม่ให้เกิดเสียงดังจนไปรบกวนสมาธิของผู้ที่ทำการแข่งขันอยู่นั่นเอง

เบสบอล

เบสบอล
เบสบอลนั้นเป็นกีฬายอดฮิตอีกประเภทของคนอเมริกัน ซึ่งเบสบอลนั้นมีการเล่นที่คล้ายกับอเมริกันฟุตบอลตรงที่ว่ามีการเล่นแบบทีมบุกและทีมรับ แต่สำหรับเบสบอลทั้งทีมบุกและทีมรับใช้ผู้เล่นชุดเดียวกันชุดละ 9 คน
ทีมบุกจะขึ้นมาตีลูกทีละคน เรียกว่า แบ็ตเตอร์ หรือคนตีลูก คนตีลูกจะพยายามตีให้ได้ hit คือตีแล้วสามารถวิ่งไปถึงอย่างน้อยเบสที่ 1 โดยปลอดภัย ซึ่งการตีให้ได้ hit นั้นเป็นเรื่องเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ดังนั้นถ้าหากใครที่สามารถตีให้ได้ hit เกิน 30% ถือว่าเก่งมากเลยทีเดียว แต่ที่ยากเพราะคนขว้างลูก หรือที่เรียกว่า พิทเชอร์ นั้นจะมีเทคนิกในการขว้างสูง เขาจะขว้างลูกด้วยความเร็วสูงเข้าไปในโซนที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยมในใจของกรรมการ กรอบนี้อยู่สูงระหว่างหัวเข่าถึงเอว และกว้างประมาณความกว้างของโฮมเพลท
ถ้าพิทเชอร์ขว้างลูกเข้าไปในโซนนี้แล้วแบ็ตเตอร์ไม่ตีหรือตีไม่ถูก กรรมการจะให้สัญญาณเป็น 1 สไตรค์ แต่ถ้าคนขว้างลูกขว้างออกนอกโซนกรรมการจะตัดสินเป็น 1 บอล นอกจากนี้บางครั้งแบ็ตเตอร์ก็ตีลูกฟาวล์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสไตร้ค์เหมือนกัน แต่การตีลูกฟาวล์จะไม่มีผลเมื่อครบ 2 สไตรค์แล้วถ้าพิทเชอร์ขว้างเสียถึง 4 ครั้ง (4 balls) แบ็ตเตอร์จะได้ว็อล์ก (walk) คือสามารถเดินไปถึงเบสที่ 1 ได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าแบ็ตเตอร์เสียถึง 3 สไตร้ค์ หรือตีลูกไปให้ทีมรับรับลูกกลางอากาศ หรือทีมรับจับลูกที่ตกบนพื้นแล้วสามารถแตะแบ็ตเตอร์ตายได้ แบ็ตเตอร์ก็ต้องออกจากการตี ถือว่าทีมบุกเสีย 1 เอ๊าท์ (out) ถ้าทีมบุกเสียถึง 3 เอ๊าท์ก็เปลี่ยนให้ทีมรับกลับมาเป็นฝ่ายตีลูกแทน แล้วทีมบุกไปเป็นทีมรับแทน

ยิมนาสติกลีลา

ยิมนาสติกลีลา
หากพูดถึงกีฬาที่เกี่ยวกับความสวยงามนั้น ถ้าไม่พูดถึงกีฬายิมนาสติกลีลาก็คงถือว่าน่าเสียดายทีเดียว แต่ก่อนที่เราจะไปชมไปเชียร์กีฬา เรามาทำความรู้จักกับกีฬาประเภทนี้กันก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
กีฬายิมนาสติกลีลานั้นได้เริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 19 (พ.ศ. 2443) โดยเริ่มจากการใช้ยิมนาสติกเพื่อการศึกษา ผู้ที่คิดค้นแท้จริงเป็นนักการศึกษาชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้สร้างวิทยาลัยครูเกี่ยวกับกิจกรรมเข้าจังหวะ 2 แห่งคือ วิทยาลัยในสวิตเซอร์แลนด์ และวิทยาลัยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน วิทยาลัยทั้งสองแห่งเป็นแหล่งฝึกฝนยิมนาสติกประกอบจังหวะขึ้นเป็นครั้งแรกจากนั้นได้มีการคิดค้นเพิ่มเติมในเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2424-2513 ได้พัฒนาทักษะยิมนาสติประกอบจังหวะโดยใช้เครื่องดนตรี และเขาได้ริเริ่มการฝึกประกอบลูกบอล ห่วงฮูลาฮุบ และโยนไม้ นอกจากนี้ยังได้คิดท่าทางต่างๆ ซึ่งเป็นของใหม่ และมีลักษณะตื่นเต้นผสมกับความสวยงามขึ้นมา
การแข่งขันยิมนาสติกลีลานั้นแบ่งออกตามอุปกรณืที่ใช้ในการแข่งขันซึ่งได้แก่ บอล ริบบิ้น ห่วง คฑา เชือก และเชือก ซึ่งการแข่งขันนั้นจะแบ่งออกเป็นแบบเฉพาะอุปกรณ์ และประเภทรวมอุปกรณ์ ซึ่งจะนับคะแนนรวมทุกอุปกรณ์นั่นเอง แต่โดยส่วนตัวชอบดูอุปกรณ์ลูกบอลเพราะลีลาที่แตกต่างจากอุปกรณ์อื่น เพราะต้องผสมผสานความอ่อนช้อยของลีลาบวกกับความแข็งแรงของการเล่นอุปกรณ์ดังนั้นจึงเป็นการแข่งขันที่มีเสน่ห์มากกว่าอุปกรณ์อื่นนั่นเอง
สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่มีความแตกต่างจากกีฬาประเภทอื่นนั่นก็คือชุดที่ใช้ในการแข่งขันซึ่งจะมีความสวยงามมากกว่าชุดกีฬาประเภทอื่น และทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของกีฬายิมนาสติกลีลานั่นเอง

เล่นหมากรุก

เล่นหมากรุก
หนึ่งในกีฬาที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถใช้แรงได้เยอะ นั่นก็คือ “หมากรุก” ซึ่งเป็นกีฬาที่คนไทยอย่างเราๆให้ความสนใจเล่นกันเป็นจำนวนมาก ด้วยเสน่ห์ของเกมการแข่งขันที่ต้องใช้ความคิดในการเล่น และวางแผนเพื่อที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้ โดยต้องอาศัยทั้งการรุกและการตั้งรับที่เหนียวแน่น ดังนั้นจึงทำให้หมากรุกเป็นกีฬาที่ดึงดูดให้มีคนเล่นเป็นจำนวนมาก
การเล่นหมากรุกนั้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นกีฬาที่เล่นยาก เพราะการเดินของหมากแต่ละตัวนั้นจะมีรูปแบบการเดินที่หลากหลาย แต่ถ้าเล่นเป็นรับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่คุณจะลืมไม่ลงอย่างแน่นอน รับรองว่าความสนุกไม่แพ้หมากฮอส หรือเกมโกะ บางทีคุณอาจจะลืมเกมเหล่านั้นไปเลยทีเดียว
ส่วนตัวหมากของหมากรุกนั้นจะมีทั้งหมดข้างละ 16 ตัว แบ่งเป็นเบี้ย 8 ตัว ม้า เรือ โคน อย่างละ 2 ตัว เม็ด และขุน อย่างละ 1 ตัว วีการเล่นคือต้องพยายามเดินเพื่อกินขุนของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งการบุกเพื่อที่จะกินขุนของฝ่ายตรงข้ามนั้นจะเรียกว่าการ “รุก” ซึ่งนั่นก็คือที่มาของชื่อว่าหมากรุกนั่นเอง ส่วนวิธีการเล่นอื่นๆนั้นหากเล่นบ่อยๆจะเข้าใจกติกาการเล่นมากขึ้น ส่วนการต่อให้ของผู้เล่นที่เหนือกว่าเรานั้น ส่วนใหญ่จะต่อให้กับผู้เล่นอีกฝ่ายที่เก่งน้อยกว่า ส่วนใหญ่จะต่อให้โดยการเอาเรือออกหนึ่งตัว ซึ่งถือว่าเป็นการต่อที่ค่อนข้างมาก